Maywadee's profileส่วนเสี้ยวจากชีวิตที่แสน...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 11

    ที่ระลึกที่ระทึก


    ขยับข้อศอกตวัดข้อมือยกขึ้นประนม
    สวัสดีค่ะมนุษย์ทั้งหลาย
     
     
    ขณะที่กำลังนั่งจิ้มแป้นอยู่นี้ เข็มนาฬิกาก็ชี้บอกเวลาได้ 5 ทุ่มกว่าๆของวันที่11เดือน7
    นึกได้นึกดี อยากอัพเรื่องมหกรรมการรับปริญญาว่ะค่ะ
    คาดว่าคงเวิ่นเว้อในระดับ3ทีเดียว
    นั่นหมายความว่า วันนี้อัพ พรุ่งนี้อาจอัพเพิ่ม วันมะรืนอาจกลับมาอีดิท และวันมะเรื่องอาจลบแมร่งทิ้งหมด
    นั่นหมายความว่า ใครใคร่อ่าน, รีบอ่านซะนะคะ - -
     
     
    --------------------------------------------------------
     
     
    วันซ้อม, 27 มิ.ย.52
    ช้านตื่นแต่เช้าาา เพื่อไปให้ช่างเค้าจัดการหัวให้
    ทั้งการแต่งหน้าและการทำผมกินเวลาเป็นชั่วโมง
    ผลลัพท์ที่ได้ทำเอาช้านอ้าปากค้างใส่กระจก เพราะอาเจ๊ช่างทำออกมาได้ทุเรศนัยน์ตามาก (คือไม่ใช่ว่าไม่สวยหรืออะไรนะ ตัดประเด็นนี้ไปได้เลย เพราะชั้นรู้ตัวดี) มันเป็นอะไรที่ "ผิดพลาด" สุดๆ นอกจากเจ๊แกจะซอยและยีและยีและซอยผม(ที่บางอยู่แล้ว)ออก เจ๊ยังตัดผมชั้นด้วย แสรดดดดดด จะบอกว่าช๊อตที่เจ๊หยิบกรรไกรมาตัดผมแบบไม่พูดพล่ามทำกะทิอันใดทำเอาฉันช๊อคจนอ้าปากค้าง เห็นเส้นผมร่วงปลิวลงมาในจังหวะสโลโมชั่นราวกับเป็นตัวละครเอกแห่งเดอะแมทริก มารดาที่เคารพได้สติก่อนใครเพื่อน เพราะกรุณาลุกขึ้นไปคว้าหมับที่ข้อมือก่อนจะออกปากห้ามไม่ให้ตัดแล้ว พออิชั้นได้สติมั่งก็เริ่มพิจารณาหน้าตัวเอง @#$%!!! (หาคำด่าเป็นภาษาคนให้มิได้จริงๆ) คิ้วกรู ... เบี้ยว
     
    คำถาม: คิ้วเบี้ยวได้ไง
    คำตอบ: กันเบี้ยวและเขียนคิ้วเบี้ยว
    !!!
     
     
    หลังจากที่แก้คิ้วและแก้ผม(ซึ่งช้านว่าแมร่งมิช่วยให้ดูเป็นคนขึ้นเลย) ก็ออกจากร้าน
    นั่งน้ำตาคลอด้วยความแค้นเคืองในโชคชะตามาตลอดการเดินทาง แม่ชั้นก็ช่วยแก้ๆผมให้ ถึงมันจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ถือว่าเต็มที่แล้วจริงๆ เพราะแบบ เข้าใจปะ มันฉีดสเปรย์แล้วผมมันแข็งโป๊กไปแล้วอะ ทำไรมากไม่ได้แล้วนอกจากทำใจ ทันทีที่ก้าวตีนลงจากแท๊กซี่นี่แทบแหกปากร้องด้วยความอัดอั้น แต่แล้วในวินาทีที่หันไปเห็นแม่(ที่ยิ้มปลื้มกับบรรยากาศ "รับปริญญา") ความรู้สึกยัมยียวนยีสต์ทั้งหลายแหล่ก็ถูกกลืนลงคอไปอย่างขมขื่น หลงเหลือแต่รอยยิ้มที่ชั้นต้องใช้พลังลมปราณจากไตซ้ายเพื่อเฟคมันขึ้นมา
     
    "ชั้นต้องผ่านวันนี้ไปให้ได้"
     
    เอาล่ะ หมดเรื่องส่วนตัว ไปต่อที่เรื่องรอบข้าง
    ด้วยสัตย์เลยนะ
    คือไม่คิดว่าจะมีใครมาไง ไม่ว่าจะเพื่อนหรือญาติ เพราะแบบ ตอนโทรไปบอกว่ารับฯวันนี้ๆๆนะ แต่ไม่ต้องมานะถ้าไม่ได้นัดใครไว้ เพราะมันลำบากมันร้อน คนมันเยอะ รถมันติด บลาบลาบลา (แม้ในใจจะแอบหวังอยากให้มีคนมา ตามประสามนุษย์ปากไม่ตรงกับใจ ... T_T)
    เอาเข้าจริงมีทั้งญาติและทั้งเพื่อนมา

    หอบช่อดอกไม้และของขวัญมามากมายราวกับจ้างหน้าม้าทีเดียวค่ะคุณ
    มันมากจนชั้นสามารถแบ่งปันให้เพื่อนหลายคนยืมไปถือถ่ายรูปได้อะคิดดู (ชาติที่แล้วทำบุญด้วยอะไรนะเรา _/l\_)
    เรื่องถ่ายรูปก็เหมือนกัน
    จากที่ตอนแรกกลัวว่าจะไม่มีใครว่างมาถ่ายให้ ก็ได้เพื่อนและรุ่นน้องมาเป็นตากล้องให้ สรุปว่าช้านมีตากล้องเดินตาม(และช่วยถือของ)ถึง 2 ชีวิตทีเดียว ยังไม่พอค่ะ อิชั้นยังมีเพื่อนเจ้าสาว(มีตำแหน่งนี้แล้ว แม้จะยังหาแฟนไม่ได้ ฮ่าๆๆ)คอยเดินตามเติมหน้าเติมตาให้อีกด้วย เปรี้ยวปะล่ะ ฮ่าๆๆ

    ตอนถ่ายรูปนี่ก็ครื้นเครงดีทีเดียว เพราะกล้องนี้ยังมิกดแช๊ะ อิชั้นก็ถูกเพื่อนดึงข้อมือเตรียมลากไปถ่ายด้วยแล้ว
    อืมมม ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ฮาเฮดีเหมือนกันแฮะ
     
    ที่มาอัพในนี้ก็พอรู้ว่าไม่มีใครมาอ่านหรอก แต่ก็อยากขอบคุณไว้
    ขอบคุณทุกๆคนที่มาตอนวันซ้อมฯนะ
    เฟคยิ้มนี่ จะว่าไปชั้นก็ทำจนชินแล้ว บางทีมันก็ทำได้ง่ายๆบางทีมันก็ต้องใช้พลังในการเฟค
    แต่รอยยิ้มที่มอบให้วันนั้น แม้มันต้องใช้พลังเค้นออกมา แต่มันก็เป็นของจริง
    ขอบคุณจริงๆ
    ขอบคุณค่ะ : )
     
     

    ---------------------------------------------------------
     
     

    วันรับปริญญาวันแรก, 9 ก.ค. 52
    วันนี้ตั้งใจจะไปแสดงความยินดีกับเพื่อนคณะนิติ, รัฐศาสตร์, วิศวะและถาปัตย์ค่ะ
    จะบอกว่าเป็นวันที่สมองชั้นรวนได้ที่มาก
    เพราะแบบ สถานที่มันคนละโยชน์แต่เวลาที่นัดมันกระชั้นมากอะ จะเรียกว่าคาบเกี่ยวกันเลยก็คงได้ แล้วทีนี้ด้วยเหตุอันใดมิทราบที่ทำให้ผู้คนมากมายระดมโทรหาอิชั้นจนมือถือแทบระเบิด จำไม่ได้ว่าภายในเวลาไม่ถึง15วินาทีชั้นคุยสายซ้อนไปกี่ครั้ง

    หลังจากไปตระเวนจามสแควร์(ซึ่งไม่เจอหนังสือที่ต้องการ - อีซีเอ็ดสาขาจามฯจำไว้เลยนะ ทำงานก็อืดแล้วยังไม่สัมฤทธิ์ผลอีก! แมร่งงง)
    ก็เลยวัดดวงกับศูนย์หนังสือที่ศาลาพระเกี้ยว ซึ่งก็ต้องรอเหมือนกัน แต่โชคดีที่ได้มา ไม่งั้นคงเซ็งน่าดู
     
    จากนั้นอิชั้นก็ใส่เกียร์หมาและเกียร์แมวโกยฉับๆๆไปที่นัดพบเพื่อนนิติ ก่อนจะวิ่งตัวปลิวไปบริเวณที่นัดบ้านค่ะ
    ท่ามกลางความมึนก็เจอะพี่ท็อปเป็นบุคคลแรก คือตอนนั้นมันมึนแบบ มึนจริงจังจริงๆ คนมันเยอะแล้วหาใครก็ไม่เจอ มือถือนี่ก็ยังระดมโทรมา นี่ถ้าเป็นกระสุนคาดว่าคงตายแบบร่างเละไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นคือเพื่อนที่เป็นตากล้องให้ดันแจ้งข่าวว่าป่วยซะงั้น ช้านเลยต้องฝ่าสายที่โทรเข้ามา โทรออกไปหาเพื่อนผู้โชคร้าย ว่าพอจะอนุเคราะห์มาถ่ายรูปให้ได้มั้ย

    ยืนมึนๆเบลอๆจนรวมพลคนสีรุ้ง (เอะ ฟังดูเกย์ไปปะ) บ้านรับน้องที่ชั้นรักอย่างมากมาย มีพี่ท็อป ที่ลักษ์ พี่น้อง ฉัน และน้องเต้ (โคตรเยอะอะ นับวนสองรอบได้ตั้ง 10 คนแหนะ ฮ่าๆๆ) แล้วพี่ฮ่องเต้ก็วิ่งมา มาเร็วๆๆถ่ายรูปๆๆ พี่ไปนะๆๆ ฟิ่ว~~~
     
    โอเคค่ะ ต่อไปใครนะ อ้อ ท่านต่อ ทีนี้ก็ปักหลักนั่งรอกันตรงป้ายรถป๊อบหน้าวิศวะ ใกล้ๆกันคือซุ้มเด็กสวนฯ(ชั้นล่ะเบื่ออีเด็กโรงเรียนนี้จริงจริ๊งงง)
    พอได้เวลาก็โทรตามกัน ท่านแซมที่ไม่รู้อีท่าไหน เดินผ่านมาพอดิบพอดี แต่แซมดูแอบมึนๆ คงเพราะร้อนมากมั้ง ไม่ว่ากัน (แต่แอบเคืองเพราะคุณชายเห็นน้องเต้ แต่มองไม่เห็นชั้น ฮ่วย!!!)
    จากนั้นท่านต่อก็มา จากนั้นอีกมินานนายวันก็กระหืดกระหอบตามมา
    และ
    ให้หนังสือเล่มเดียวกับที่ชั้นให้นายต่อ
    ... นะ จะใจตรงกันไปไหน๊~~~!!!
    สรุปว่าต่อได้ไป 2 เล่มค่ะ ใครอยากอ่านไปฉกได้ที่ต่อนะคะ ฮ่าๆๆๆ
     
    แล้วด้วยความที่นัดแม่ไว้ เลยไม่สามารถวิ่งไปถ่ายรูปกับเพื่อนคนอื่นๆได้อีก ช้านเลยเดินไปมาบุญครองพร้อมพี่ท็อปพี่น้องและพี่ลักษ์
    ตอนนั้นรู้สึกว่าหิวมากอะ ข้าวเช้าก็บ่ได้กิน น้ำก็ดูดไปหน่อยเดียว แดดก็ร้อน มึนก็มึน นี่โชคดีที่ยังมีแรงเดินนะเนี่ย

    จบวันนั้นไปแบบเหนื่อยๆ แต่ดีใจนะเวลาเห็นเพื่อนในชุดครุย
    ยินดีด้วยนะทุกคน จากนี้ไปก็สู้ๆน้า : D
     
     
    ----------------------------------------------------------
     
     
    วันรับปริญญาวันที่สอง, 10 ก.ค. 52
    ตาชั้นแล้วว่ะ
    วันนี้ตื่นเช้ามากกกกกก เพราะนัดช่าง(ร้านใหม่)ไว้เช้ากว่าเดิม
    ก็ทำออกมาแบบ พี่เค้าบอกว่า น้องคะ ทำได้แค่นี้นะ เพราะผมเดิมของน้องมันสั้น แล้วพี่ว่าตรงนี้มันบางกว่าตรงนี้ คงเพราะหนูเคยซอยไปด้วยอะค่ะ (โปรดกลับไปอ่านเหตุการณ์เมื่อวันซ้อมฯ) คือแบบ โอเคค่ะพี่ ผมมันยาวไม่ทันจริงๆหนูเข้าใจ ทางแก้ทางเดียวคือตัวหัวทิ้งค่ะ เพราะงั้น แค่ไหนแค่นั้นเหอะ = =
    ไปถึงตอนนั้นสารภาพว่ายังไม่ตื่นจริงๆ
    รู้สึกได้ว่าตาปรือมาก และเหมือนแบบ ด้วยอะไรหลายๆอย่างทำให้ชั้นเฟคยิ้มไม่ออกว่ะ
    เพื่อนที่มีจิตกรุณามาเป็นตากล้องให้ถึงกับออกปากทักว่า เมริงช่วยทำหน้ามีความสุขได้มั้ยวะ
    ไม่รู้เป็นเจี๊ยกอะไร แต่มีหลายช๊อตมากที่อยากกลับบ้านแล้ว ไม่อยากทำอะไรแล้วอะ
    การแต่งหน้าทำผม ไหนจะชุดไหนจะนู่นนี่ มันไม่ใช่ชั้นเลยอะ
    ชั้นไม่ชอบถูกบังคับ และชั้นรู้สึกว่าชั้นถูกบังคับอยู่ และชั้นไม่อยากถูกบังคับ
     
    พอ 9 โมง คนก็เริ่มทยอยกันมา เพื่อนอีกคนก็มาพร้อมกล้อง (และแล้วชั้นก็มีตากล้องถึง 2 คน - ซึ้งใจ T^T)
    จากนั้นบรรยากาศก็เริ่มคึกคักและวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ มือถือเริ่มปั่นป่วนพอๆกับเท้าที่โอดครวญออกมาเป็นภาษาต่างดาว
    ทั้งค่ายในคณะ ค่ายนอกคณะ สายรหัส บ้านรับน้อง เพื่อนต่างคณะ เพื่อนต่างมหาลัย มากมายหลายหลาก พร้อมใจกันกระหน่ำโทรศัพท์หาจนชั้นรับแบบแทบจะในทันทีที่วางสายก่อนหน้าไป คือ มือชั้นรอไว้ที่ปุ่มรับสายเลยอะ ฮ่าๆๆ เกิดมาเพิ่งเจออย่างงี้ก็ครั้งแรก(และคาดว่าคงเป็นครั้งเดียว)ล่ะค่ะ
    ไล่เรียงรายชื่อก็คง ... โหย เยอะว่ะ เยอะจริงๆ ไม่สามารถระบุไว้ได้หมด แต่ขอบพระคุณที่มากันนะเจ้าคะ ซาบซึ้งๆ T^T
     
     
    บุคคลที่แอบหวังว่าจะมา ... ก็มาจริงๆและโทรมาจริงๆ (และถูกเมมเบอร์เข้าโทรศัพท์ชั้นแล้วเรียบร้อย กีซๆๆๆ)
    บุคคลที่คิดว่าคงไม่มาร้อก ถึงมาก็คงไม่ว่างแวะผ่านไปเจอชั้นร้อก ... ก็มาจริงๆเหมือนกัน
    ขอฝากความประทับใจให้ 2 บุคคลนี้ไว้ ณ บรรทัดนี้ : )
     
     
    จากนั้นก็เดินงงๆเข้าคอกไปก่อนจะถูกปล่อยให้ยืนรออย่างไร้สาระเป็นชั่วโมง
    แล้วก็ค่อยๆกระดึ๊บผ่านเครื่องสแกนก่อนจะเดินขึ้นหอประชุมชั้น2
    เบ็ดเสร็จราว 2 ชั่วโมงทีเดียว เฮ้อ
     
    แล้วพระเทพฯก็เสด็จฯ
    แล้วคณะนู่นนี่ก็ชักแถวเดินขึ้นไปรับ
    แล้วก็ถึงคณะอักษรฯ
    แล้วชั้นก็เดินขึ้นไปรับ
    แล้วก็ออกไปถวายบังคมพร้อมแดดตอน 4 โมงกว่าที่สาดลงมาเสียดหลังได้แสบถึงทรวง
    แล้วก็เดินเหมือนไร้วิญญาณกลับคณะ
    แล้วก็ยืนปริญญาให้แม่แล้วบอกแม่ว่า ให้ม๊านะ
    แล้วก็ไปเอาอนุสรณ์แล้วก็ถูกบูมอีกนิดหน่อย
    แล้วก็กลับบ้าน
    แล้วก็สลบทันทีที่ปิดประตูรถ
    รู้ตัวอีกทีตอนรุ่นน้องกับเพื่อนอีก2คนโทรมา
    (น่าแปลกใจมาก เพราะวางสายนึง อีกสายนึงก็โทรเข้ามาพอดีราวกับนัดกันโทร)
     
    ได้รับทั้งดอกไม้ทั้งของขวัญ แต่นั่นไม่สำคัญเท่า ได้คำพูด "ยินดีด้วยนะ" เลย
    จะว่าไป คำนี้มันเป็นอะไรที่เบสิคสุดๆนะ แต่สำหรับชั้นที่แบบ ... นะ ไม่ได้คิดอยากเรียนที่นี่ การฝืนเรียนมาจนรอดได้แล้วได้คำแสดงความยินดีเนี่ย มันเหมือนเป็นรางวัลชิ้นโตอะ
    ขอบคุณนะ : )
     
     

    ------------------------------------------------
     
     
     
    ปล.ส์
    - Forget me not ...
    - เหนื่อยใจว่ะเอาจริงๆ
    - อยากกินไอติมอย่างมาก T____T
    - เนทป่วง, คอมป่วง หรือคนป่วง???
    - i fake a smile so he won't see~
    - กล่องนามบัตรกับกาแฟดอยตุง : )
    - ซุ่มซ่ามได้อีก
    - ทดลองแล้วพบว่าผอมลง "แค่ตัว"
    - เสียดายนะ แต่ก็ช่างเหอะ =_=
    - ทู เพื่อนม.อื่น: วันรับปริญญาพวกแก ชั้นจะพยายามสวยนะ เจอกันจ๊ะ T^T
    - คนโชคดี
    - ไม่ค่อยแน่ใจ ขอให้มันเป็นแค่ "การคิดไปเอง" ของเราแล้วกันนะ
    - รำคาญโว๊ยยยยยยยย
    - แล้วกัน!
    - coz when i'm with u, everything is all right : D
    - ทู เจ๊ใหม่: เป็นอันว่าเราเจอะกันแล้ว แต่เนื่องจากโอกาสมิอำนวย เพราะฉะนั้นระดับความสวยของเจ๊ยังเท่าเดิมนะคะ ฮ่าๆๆ
     
     
     
    ---------------------------------------------
     
     
     
    to Mr. Right,
    : )

    Comments (1)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    ฝังตัวอักษรได้เนียนมากพี่ :)

    ยินดีด้วยนะครับ พักเหนื่อยๆ แล้วไว้ไปกินข้าวกันครับ
    July 12

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://maebin13.spaces.live.com/blog/cns!99C5D4533D483A6D!2824.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None